Plan to win Dot Com?

กลยุทธการทำเวบไซด์ให้ประสบความสำเร็จ

วันหนึ่งในงานสัมนาเกี่ยวกับ Ecommerce หลังจากที่ผมพูดจบ และเปิดโอกาสให้เป็นช่วงถาม ปรากฎว่าผู้เข้าร่วมฟังสัมมนาคุณหนึ่งถามขึ้นมา ว่าโดยธรรมดาแล้ว การทำเวบไซด์ ใครๆก็ทำได้ ไม่ยากนัก คือแค่มี ไอเดีย และรู้จักการเอาโปรแกรมสำเร็จรูปมาใช้ในการเขียนเวบก็พอ แต่ จริงๆแล้ว มีกี่คนที่รู้ไหมว่า การจะทำเวบไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ยังมีปัญหาอีกเยอะที่ทำให้คนหลายคนไม่ประสบความสำเร็จในการทำเวบ ซึ่งผม ก็คงต้องบอกถึงปัจจัยที่จะช่วยส่งเสริมการทำเวบให้เป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จว่าทำได้ดังนี้
1. ลำดับแรก ต้องทำความเข้าใจในแต่ละเรื่องก่อนนั้นคือ
a. เรื่องอินเทอร์เน็ต คำนี้คืออะไรใช้อย่างไร มีลูกเล่นอย่างไรบ้าง ดังนี้
i. email เช่น ส่งอย่างไร Webmail คืออะไร autoresponse คืออะไร
forward email คืออะไร และอื่นๆ
ii. วิธีการติดต่อเข้าไปอินเทอร์เน็ต ใช้อะไรบ้าง เช่น สเปคของเครื่องคอมพิวเตอร์ โมเดม ต้องมีไหม ความเร็วเท่าไหร่บ้าง และต้องมีสายโทรศัพท์ไหม , ใช้ Browser ตัวไหน Netsacpe ดีไหม หรือ ใช้อย่างอื่น เป็นต้น
b. การซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต มีวิธีการอย่างไรบ้าง และที่แน่ๆต้องลองเป็นผู้บริโภคดูก่อนโดยการซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตด้วย ไม่งั้นจะไม่รู้ว่ามีปัญหาต่างๆที่เกิดกับการทำการค้าบนอินเทอร์เน็ตว่ามีอะไรบ้าง รวมถึง การถูกโกงเงินโดยไม่ได้สินค้าจะทำอย่างไร
c. อีคอมเมิร์ส มีกี่ประเภท เช่น B to C (Business to Consumer) คืออะไร B to B( Business to Business ) คืออะไร เป็นต้น

2. วางแผนธุรกิจของคุณก่อนว่าจะเดินไปทางไหนบ้าง ดังนี้คือ
โดยเริ่มดูจากคู่แข่งว่าทำ เวบไซด์ไปในแนวไหน บ้าง ให้จดทั้งข้อดีมาไว้เพื่อทำเวบของเรา และ ให้จดข้อเสียของคู่แข่งเพื่อป้องกันไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นในเวบของเรา แล้วค่อยมาเริ่มจากข้างล่างนี้ตามลำดับ โดยทำทั้งหมดเป็นเอกสารออกมา
a. ตั้งจุดประสงค์ในการขายสินค้าและบริการ
i. โฆษณาสินค้าและบริการ อันนี้เป็นจุดประสงค์ทั่วไปที่เขาทำกันบนเวบเช่น เวบของ http://www.officemate.co.th เป็นตัวอย่างเวบขายสินค้า
ii. ลดค่าใช้จ่ายต่างๆในการตอบคำถามซ้ำๆ ซึ่งจะนิยมใช้กับสินค้าที่มีการสอบถามในเรื่อง เทคนิคมากเช่น เรื่องของการ Hosting บนอินเทอร์เน็ต ของ http://www.hostingkits.com เป็นต้น
iii. ช่วยในการสร้างภาพพจน์ของสินค้าหรือบริษัทของคุณ อันนี้ เห็นกันได้ชัดที่ตอนเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครที่ผ่านมา เช่น http://www.sudarat.com ของคุณ สุดารัตน์ หรือ http://www.drkalaya.com ของ ดร.กัลยา เป็นต้น
iv. ช่วยในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง อันนี้เป็นประโยชน์หลักที่คนส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ผลิตต้องการอยู่แล้ว เช่น http://www.bpe.co.th
v. หารายได้เสริมในการสร้างสังคมบนเวบ เช่น http://www.patayalive.com หรือ http://www.newsclickweb.com ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มากจากค่าโฆษณาในเวบ
เท่านั้น
vi. อื่นๆ แล้วแต่ว่าจะเป็นอะไร ซึ่งบางคนก็หาจุดประสงค์แปลกๆ เพิ่มเติมได้จากการเข้าไป Search หาในเวบที่เป็น Search Engine แต่ถ้าให้แนะนำก็หาไอเดียจากพวก dotcom ที่อยู่ในตลาดต่างประเทศก็พอแล้ว

b. . เลือกผู้ชมเวบ หรือผู้ที่จะเข้ามาสู่เวบของคุณเพื่อให้ได้มาซึ่งผลสำเร็จในการทำเวบตามจุดประสงค์ที่คุณตั้งไว้ ซึ่งอันนี้จำเป็นมากเพราะโดยปรกติไม่มีใครรู้ว่าผู้ที่จะเข้ามาดูในเวบเป็นใคร ดังนั้นต้องกำหนดให้ชัดเจนในหัวข้อต่างๆดังนี้
i. ระดับการศึกษาและอายุเช่น นักเรียน พ่อค้า เช่น ถ้าเป็นนักเรียน ตัวหนังสือในเวบก็อาจต้องเขียนในแนวที่วัยรุ่นชอบ อาจถึงขั้นที่ต้องใช้คำพูดสไตล์ วัยรุ่น

ii. สัญชาติ เช่น ไทย จีน เป็นต้น อันนี้จำเป็นอีกเหมือนกัน เพราะถ้าจะทำให้คนจีนดู แต่ไปใช้ภาษาไทย หรือเน้น แต่ภาษาอังกฤษ ผมว่าเวบนั้นอาจต้องเหนื่อยหน่อย ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เหมือนกับการทำเวบเพื่อให้ชาวญี่ปุ่นดูเช่นกัน ก็ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น เป็นตัวชูโรง

iii. เพศ เช่น ชาย หญิง กระเทย เกย์ เป็นต้น อันนี้ก็ต้องเน้นเหมือนกัน เพราะถ้าทำเวบที่เน้นในกลุ่มผู้ชาย แต่เลือกสีเวบเป็นโทนสีชมพูมี คิตตี้น่ารักอยู่ในเวบ และหวังว่าจะให้ผู้ชายดู ผมว่ายาก

iv. ระดับรายได้ เช่น รายได้สูง รายได้น้อย ปานกลาง อันนี้ก็เช่นกัน เป็นตัวกำหนดกลุ่มสินค้าและบริการที่จะเกิดขึ้นบนเวบ เช่น ถ้าจับกลุ่มเป้าหมายรายได้สูง แต่มีบริการไม่ดีพอ เช่น การส่งสินค้าต้องมารับเอง ไม่มีบริการส่งถึงประตูบ้าน หรือแม้แต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการบริการหลังการขาย ผ่านทางอีเมล์ที่ยอดเยี่ยมด้วย
v. งานอดิเรก เช่น ซ่อมบ้าน ทำอาหาร อันนี้จะมีประโยชน์ในเรื่องของการทำประชาสัมพันธ์ เวบให้เป็นที่รู้จัก
c. วางแผนโครงสร้างของเวบ เป็นแบบแผนภูมิว่าจะเป็นอย่างไร อันนี้ให้จินตนาการถึงแผนกราฟขององค์กรของคุณที่มี ข้างบนสุดเป็น กรรมการผู้จัดการ และ รองลงมาเป็นแผนก อันนี้ ก็ให้ทำเหมือนกันที่เวบคือ ข้างบนเป็นหน้าแรก และบรรทัดรองลงมาเป็นแต่ละหมวดบริการคุณ เช่น ประวัติบริษัท ประเภทสินค้าและบริการ การขนส่ง และอื่นๆ เป็นต้น
d. จดชื่อ Domain Name อันนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Domain Name นั้น คืออะไรก่อน และประกอบด้วยอะไรบ้าง ถ้าจะเปรียบเทียบจริงๆแล้ว Domain คือ บ้านเลขที่บนอินเทอร์เน็ตนั้นเอง และแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
www.siamweb.com
( i ) ( ii ) ( iii )
i. www นั้นคือส่วนที่เรียกว่า hostname ปรกติมาตรฐานจะมี www (world Wide Web) หรือ ไม่มีก็ได้ และสามารถเป็นอย่างอื่นๆได้ด้วย แต่ถ้าจะเป็น อย่างอื่นๆก็ต้องเสียเงินถ้าไปเช่า Hosting เช่น supachai.siamweb.com หรือ mail.siamweb.com เป็นต้น

ii. siamweb คือส่วนที่เป็นชื่อกลาง มีเงื่อนไขว่า ต้องง่ายที่จะจำ เช่น ต้องสั้น ไม่มีเครื่องหมายที่เป็นตัวอักษรพิเศษ (@!#_-) , สะกดผิดยากเช่น คำที่ต้องมี ตัว s ตามหลังหรือไม่มี และยิ่งถ้าเป็นคำภาษาไทยที่ต้องสะกดเป็นภาษาอังกฤษยิ่งต้องดูให้ดี ,และเกี่ยวกับสิ่งที่เราจะขาย อันนี้แน่นอนเพราะไม่งั้นจะรู้ได้อย่างไรว่าขายอะไรเช่น http://www.lancerpen.com เป็นต้น
iii. com คืออันนี้ผมจะแยกเป็น 2 ประเภทดังนี้
1. international อันนี้ ก็ถือว่าเป็นสากล ซึ่งนิยมใช้กันมาก เช่น .com .net .org และยังมีตัวอื่นๆอีก เช่น .ws .tv เป็นต้น ว่า คืออะไร ใช้ประโยชน์อย่างไร
2. local อันนี้ ผมแบ่งเป็นสองส่วนคือ
a. local ในแต่ละประเทศเช่น .ch คือประเทศจีน .sg คือสิงห์โปร .th คือประเทศไทย
b. local เฉพาะในประเทศไทย เช่น สยามเวบ.คอม อันนี้หารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaiurl.com
หมายเหตุ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหนังสือหลายเล่มในตลาดเขียนเกี่ยวกับโดเมนเนม

e. เนื้อหาที่เหมาะสม รวมถึง รูปภาพและขนาด ตัวอักษร แล้วค่อยมาดูกันว่าจะจ้างคนอื่นๆทำหรือจะทำเอง อันนี้ต้องรู้เรื่องในบางเรื่องก่อน เช่น Hosting คืออะไร co-location คืออะไรเป็นต้น

e. วางแผนการตลาดและการประชาสัมพันธ์เวบ ว่าจะต้องทำอย่างไรเพิ่มเติม โดยให้ว่าแผนดังนี้
i. จำนวนคนที่ต้องการใช้ว่าต้องมีกี่คน ทำหน้าที่อะไรบ้าง
ii. ประชาสัมพันธ์อย่างไรให้เวบดัง
1. ไม่ว่าจะเป็น online เช่น search engine , Web Directory, link exchange, Banner Ads เป็นต้น
2. offline เช่น หนังสือพิมพ์ สติกเกอร์ติดท้ายรถ หัวจดหมาย การโฆษณาในทีวี และ อื่นๆ (อันนี้รอดูหนังสือ web promotion ที่มีขายในตลาด)
iii. วิธีการหาเงิน จากเวบไซด์ที่ทำ เช่น การหาเงินจาก โฆษณาอย่างเดียว หรือการหาเงินจากการขายสินค้า

3. เริ่มลงมือทำเวบ พร้อมทั้งทำการสำรวจตลาดด้วยว่าถูกต้องตามเป้าหมายที่วางไว้ไหม ดังนี้คือ
a. ทำการตอบอีเมล์ทุกฉบับ ทุกวัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
b. ทำการวิเคราะห์คนที่เข้ามาดูเวบของคุณว่าตรงตามที่ต้องการ เช่น ถ้าตั้งเป้าหมายว่าต้องการได้คนจีนมาดูเวบ แต่ผู้มาดูกลายเป็นคนตะวันตก อันนี้ถือว่าผิดกลุ่มเป้าหมาย ก็ให้มีทางเลือกสองทาง คือ เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย ไปเลย หรือ หาสาเหตุว่าทำไมคนกลุ่มที่เราต้องการให้เข้ามาดูนั้น ไม่เข้ามาดู และหาวิธีให้เขาเข้ามาดู
c. เช็คสถิติของคนที่เข้ามาดูว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ต้องรีบหาสาเหตุ
d. ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้งขึ้นกับความต้องการของคนเข้ามาดู
e. หาความรู้เพิ่มเติมในส่วนต่างๆ เช่น ในเรื่อง model การขาย จากเวบอื่นๆ รวมถึงในเรื่องของ ภาษี ว่าต้องจ่ายไหม กฎหมายเมื่อไหร่ออกมา เป็นต้น โดยหาเพิ่มได้จาก
i. รายการวิทยุ FM 107 ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 12.35-13.00 Fm 100.5 เป็นต้น
ii. UBC ช่อง 8 จันทร์ ถึงศุกร์ เวลา 16.05-16.30 , Mcot ช่องเก้า เช้าวันจันทร์ , Ebusiness UBC ช่อง 55
iii. นิตยสาร ต่างๆเช่น Ecommerce Magazine, internet Magazine, Internet Today, Business.com เป็นต้น
iv. หนังสือพิมพ์ รายวัน ,รายสัปดาห์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับทางด้านไอ
f. หมั่นหาข้อมูลในด้านต่างๆ เกี่ยวกับ การหลอกลวงหรือการล้มเหลวบนอินเทอร์เน็ตให้มากที่สุด เช่น กรณีของที่เกิดขึ้น กับ Boo.com หรือ den.com

4. ทำให้ผู้ชมเวบไซต์กลับเข้ามาเยี่ยมชมสม่ำเสมอ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท
a. โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยเช่น
i. Multimedia Technology เช่น Flash , Real Audio, Real Video เป็นต้น
ii. M-commerce เช่น การใช้ WAP สำหรับ โทรศัพท์มือถือ หรือ Palm Top เป็นต้น
iii. T-commerce เช่น การทำโฆษณาผ่านทาง Web TV ต้องทำอย่างไร
b. โดยนำการตลาดมาช่วย เช่น
i. Customer Relation กับลูกค้า เช่น ตอบลูกค้าภายในเวลา24 ชม. เมื่อลูกค้ามีปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร เล็กหรือใหญ่ขนาดไหน
ii. การทำจดหมายข่าว ส่งให้ลูกค้าเช่น การส่งอีเมล์ บอกถึงสินค้าใหม่ เมื่อมี หรือแม้แต่การส่งเสริมการขายสินค้า เป็นระยะๆ
iii. การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับเวบอื่นๆ เช่น การ Co - Promotion ในการเปิดตัวกิจกรรมบางอย่างของเวบไซด์ หรือแม้แต่การแลกเนื้อหา ในส่วนที่เราไม่มี เพื่อให้สามารถทำงานได้เร็ว และลดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงาน
iv. การให้แจ้งข่าวสารเป็นระยะๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของบริษัท รวมเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อาทิ งานนิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้า ที่เกี่ยวกับกับกิจการที่ทำอยู่ เป็นต้น
v. อื่นๆ

5. เตรียมตัวขยาย มีหลายส่วนที่ต้องพิจารณาดังนี้
a. ขยายเรื่องทุน มีสองประเภท คือ Venture Capital (เป็นพวกให้ทุนกับผู้ที่ต้องการขยาย) กับ incubator ( พวกที่เป็นพี่เลี้ยงในเรื่องของการขยายกิจการ โดยจะดูให้เกือบทุกเรื่องที่คุณขาด ไม่เฉพาะทุน ) เช่น http://www.thaiincubator.com แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ผู้ที่จะได้รับการพิจารณาจากกลุ่มทุนเหล่านี้ ต้องหาทางออกของธุรกิจ( Exit Strategy) เสนอต่อ Venture Capital หรือ incubator นั้นด้วย ซึ่งส่วนใหญ่คือการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น ตลาด MAI ( Market Alternative Investment )
b. ขยายบุคลากรอันนี้ จำเป็นต้องค่อยเป็นค่อยไปครับ เพราะ จากประสบการณ์ ในประเทศไทย ธุรกิจส่วนใหญ่ รีบร้อนขยายเร็วไปจนอาจล้มได้ เพราะบุคลากรในธุรกิจดอทคอม ส่วนใหญ่มีประสบการณ์ในการบริหารไม่มากเหมือนต่างประเทศ
c. ขยาย เทคโนโลยี อันนี้ทำไม่ยากเพราะสามารถทำได้โดย การไปดูงานต่างประเทศบ่อยๆ หรือศึกษาข้อมูลจากหนังสือเทคโนโลยีทั่วโลก หรือแม้แต่ค้นหาจากเวบก็พอจะช่วยได้
d. ขยาย สาขา อันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าจะขยายจริงๆ ให้ใช้บริการของสถานทูตในการช่วยหาคนที่สามารถเป็น Joint Venture ในประเทศ ต่างๆ อย่าพยายาม เปิดบริษัทเอง โดยไม่มี Partner ในต่างประเทศ

ถ้าทำได้ทุกอย่างดังข้างต้นที่กล่าวมา ผม ว่า สำเร็จแน่ แต่อย่าลืมเรื่องคำนึงถึง 2 ประเด็นนี้ด้วยนะครับ นั่นคือ หาความแตกต่าง [Think Different] และ ความฉับพลันในการปรับกลยุทธ์ธุรกิจ เพราะธุรกิจประเภทนี้ สามารถลอกเลียนแบบกันได้ง่ายมาก และลูกค้าสามารถเปลี่ยนใจ ไปเป็นลูกค้าของคนอื่นได้ เพียงแค่ชั่วข้ามคืน

@@@@@

email sidney@mrsupachai.com Chat Room BOOK Speaker lecturer ประวัติส่วนตัว link exchange บทความเก่าๆ More Book Lecturer หอการค้า 2002 E-learning book Easy Job Online email sidney@mrsupachai.com Chat Room BOOK Speaker lecturer ประวัติส่วนตัว link exchange บทความเก่าๆ More Book Lecturer หอการค้า 2002 E-learning book Easy Job Online