10
mistake III
สิ่งที่ขาดหายไปจากเวบ และมีผลต่อธุรกิจอย่างยิ่ง
คือ "แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของเวบไซต์นั้นๆ" ที่ผมกล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า
เจ้าของจะต้องใส่รายละเอียดข้อมูลหรือประวัติส่วนตัวใดๆ เหมือนการโฆษณาสรรพคุณสินค้า
แต่กำลังจะพูดถึงประโยชน์ที่เกื้อกูลต่อธุรกิจคุณ นั่นคือ
ข้อมูลของเจ้าของเวบไซต์ (about us) และที่อยู่ที่ติดต่อได้ เพื่อช่วยในเรื่อง
ความน่าเชื่อถือในธุรกิจ ว่ามีตัวตนอยู่จริง
ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะธุรกิจอินเทอร์เน็ตยังอยู่ในยุคเริ่มต้น ความมั่นใจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายยังมีน้อย
แต่เวบไซต์เกิดขึ้นมากมายในแต่ละวัน
โอกาสที่จะมีคนเข้ามาดูเวบไซต์นั่นพอมี แต่โอกาสที่เขาเหล่านั้นจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากเวบคุณนั้น
ต้องเกิดจากความเชื่อถือในเวบไซต์นั่นๆ เป็นสำคัญ
จะสร้างได้อย่างไร ในเมื่อไม่เห็นตัวตน แล้วจะแน่ใจว่าจะเชื่อถือได้หรือ?
เปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆ ว่าถ้าบังเอิญ คุณเป็นลูกค้าคนนั้น
ซึ่งเดินเข้าร้าน(เวบ)นั่นร้านนี้ แล้วสนใจในสินค้าชิ้นหนึ่ง คุณจะตัดสินใจซื้อสินค้า
นั้นทันทีหรือไม่????
ถ้าเป็นผม ขอสำรวจร้าน(เวบไซต์)นั่นก่อนว่า
เนื้อหาข้อมูลต่างๆ ตลอดจนระบบในการให้บริการของร้าน(เวบ)นั่นเป็นอย่างไร
เงื่อนไขหรือข้อกำหนด
ต่างๆ เป็นอย่างไร จนพอใจแล้วนั่นแหละจึงจะถึงขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ
ถ้ายังไม่มั่นใจก็จะเข้าไปดูร้าน(เวบ)อื่นๆ ว่ามี สินค้าที่กำลังสนใจนั้นหรือไม่
ถ้ามี ผมก็ต้องดูกันที่ราคาสินค้าว่าแตกต่างกันไหมเป็นอันดับแรกเลย
เงื่อนไขข้อกำหนดต่างๆ แล้วเปรียบเทียบกันจนกว่าจะมั่นใจ อีกข้อมูลหนึ่งที่
สร้างความมั่นใจให้ผมได้นั่นคือ ที่อยู่ที่ติดต่อได้ ลำพังแต่ contact
us ผ่านทาง Email ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อถือได้ แต่ถ้ามีที่อยู่ที่ติดต่อไว้ให้
ผมยังตัดสินใจง่ายขึ้น แต่จะโทรไปเช็คข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่นั่นอีกเรื่อง
ดังนั้นความน่าเชื่อถือก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน
ใครเขียนใครขายก็ควรจะประกาศให้โลกรู้ครับ จะขายอะไรก็ต้องบอกต้นสังกัดกันหน่อย
ว่ากันง่ายๆ ครับ จะได้ตีตราถูกว่าซื้อของร้านนี้ดีกว่า
ร้านอื่นๆ ที่ตรงไหน ของเราดีจริงไม่ต้องกลัวครับ คนซื้อมีความมั่นใจว่าของเราคุณภาพดี
ซื้ออย่างนี้ดีกว่าที่จะไปซื้อจากบุรุษนิรนามครับ ขายของไม่
บอกยี่ห้อ ไม่บอกเจ้าของ ไม่ออกมาบอกว่าสินค้าของเราดี งุบงิบขาย เปิดขายฟรีๆ
ถูกๆ ดูมันออกจะเถื่อนๆ เกินไปครับ เราทำงานกันก็ต้องเป็นมือ
อาชีพ กันหน่อย ไม่ใช่ใครอยากจะทำอะไรก็ปูเสื่อเปิดหน้าร้านขายของผ่านเวบกันง่ายๆ
อย่างนี้คนซื้อกลัวมากกว่าครับ จะเปรียบไปแล้วมันก็เหมือนซื้อ
เครื่องสำอางในห้างฯ หรือจะซื้อกับหาบเร่ ริมฟุตบาท ซึ่งคนซื้อต้องลุ้นๆ
เอาเอง ว่าของจริง หรือของปลอม ของเสื่อมคุณภาพหรือเปล่า
อย่าลืมว่าธุรกิจบนอินเทอร์เน็ตเพิ่งเริ่มต้นไม่นานนัก ความเชื่อมั่นยังไม่เต็มร้อย
โอกาสได้ลูกค้าขาประจำยังมีน้อย ก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับ
ลูกค้าขาจรกลายเป็นขาประจำในอนาคตให้ได้ ดังนั้นก็ต้องเริ่มกันที่ความมั่นใจระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
เป็นลำดับแรกในการเข้าถึงผู้บริโภค
@@@@@
|