
คุณก้องเกียรติ หวังวีระมิตร
หัวหอกในการผลักดันธุรกิจเข้าสู่พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบทั้งในด้านการให้บริการและนำเสนอกลไกในการ
ทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เนตให้กับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัท
คอมแพค (ประเทศไทย) จำกัด
"ทุกอย่างใน compaq มุ่งสู่อินเทอร์เน็ต ถ้าจะมองผลิตภัณฑ์ของคอมแพคไม่ว่าจะเป็น
consumer,commercial,enterprise,ทุกอย่างออกมาในแนวทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หมด
และคอมแพคไม่ได้มีเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์ ในส่วนของบริการไม่ว่าจะเป็นส่วนของ
professional service,customer service , เราก็มุ่งไปในด้านนี้เหมือนกัน
ปัจจุบันในตัวของ compac เองปรับเปลี่ยนความสามารถในด้านต่างๆ
ให้รองรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในด้าน BtoB ,Portal
หรือแม้แต่ Mobile Commerce ผมคิดว่าพวกเราส่วนใหญ่ตอนนี้มองกันถึงเรื่อง
BtoB มากกว่า BtoC คอมแพคเองต้องมองในในตัว Business Partner ในเรื่องของsolution
ไม่ว่าจะเป็น Oracle,MS ก็ต้องมี
solution พวกนี้โดยต้องมีบุคลากรที่คอยบริการลูกค้าอยู่เสมอ ในส่วนของ
M-commerce คอมแพคเองด้วยก็เตรียมความพร้อมที่จะรองรับที่จะให้บริการธุรกิจในด้านนี้
โดยเปิดตัวด้าน Telecom ให้กับตลาดเมืองไทยไปแล้ว"
เหล่านั้นคือวิสัยทัศน์ที่เขามองทิศทางธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้
อีกสิ่งหนึ่งที่เขามองเห็น นั่นคือ
การทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต E-business ที่สำคัญคือ
การชำระเงิน ปัจจุบันเรามีวิธีการจ่ายเงินได้หลายรูปแบบ
ผ่านเครดิตการ์ด ,จริงๆ แล้วยังมีอีกวิธีหนึ่ง อี-เพิรช์ การตัดเงินสด
เป็นเครดิตบวกเดบิต เครดิตการ์ด คือ การชำระเงินหลังจากที่เกิดการใช้จ่ายไปแล้ว
แต่บัตรเดบิต เหมือนกับเราต้องเอาเงินใส่ไปในบัตรก่อน บัตรเงินสดจะเหมือนกับเงินสดเลยก็ว่าได้
เช่น จะซื้อสินค้า ถ้าจ่ายโดยบัตรเครดิตผมไม่ต้องใช้เงินสด
แต่ถ้าผมจ่ายเงินผ่านบัตรเดบิตคาร์ด ก็เหมือนกับจ่ายด้วยธนบัตรหรือจ่ายด้วยบัตรที่มีเงินสดข้างใน
"บัตรที่เราทำอยู่ซึ่งเคยเปิดตัวไปแล้วโดยทำร่วมกับ
ซีพี 7/11 เป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำเงินสดเติมลงไปในบัตรได้
เมื่อไรก็ได้
ตราบใดที่คุณมีเงินอยู่ในแบงค์ลักษณะของบัตรคิดว่าเหมือนกับวิธีการทำบัตรเครดิตทั่วๆไป
เหมือนกัน คือต้องมีการสมัครขอใช้บัตร โครงการที่เราทำเราก็พยายามที่จะมองถึงระบบ
ซึ่งการเติมเงินขึ้นอยู่กับเงินฝากในธนาคาร
ที่คุณมี เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าเรามีอุปกรณ์เติมเงินอยู่ที่บ้านเราเชื่อมโยงไปที่ธนาคาร
เงินฝากในธนาคารที่เรามี เราสามารถนำมาเติมลงไปในบัตร
ได้ทันที โดยที่เราไม่ต้องควักเงินสดในกระเป๋าเพื่อเติมเงิน โครงการที่เราทำนอกจากเราจะทำร่วมกับ
ซีพี และ 7/11 แล้วเรายังทำร่วมกับ
3 ธนาคารใหญ่ๆ ด้วย กรุงไทย,กรุงเทพ,ไทยพาณิชย์ จึงเป็นโครงการอันแรกที่เรา
คอมแพคได้เข้าไปร่วมลงทุนด้วยเช่นเดียวกัน เพิ่งตกลงกัน เรากำลัง
จดรูปบริษัท ตอนนี้ทั้ง 3 ธนาคารยังไม่อาจให้บริการได้ คาดว่าจะให้บริการได้ภายในกลางปีหน้า"
ในเรื่องกลุ่มเป้าหมาย บัตรนี้เปรียบเสมือนเงินสด
ซึ่งเริ่มต้นต้องพยายามโปรโมทให้ร้านค้าต่างๆ ตอนนี้ที่มีอยู่ในตลาดยอมรับและใช้บัตรอันนี้
อันนี้ก็คือกลุ่มลูกค้าทั่วไปเลย ถ้ามองอีกทางหนึ่งลูกค้าที่ใช้อยู่บนอินเทอร์เน็ต
จริงๆ เราอาจจะมองว่าอินเทอร์เน็ต จะถูกมองเรื่องระบบความ
ปลอดภัย การถูกลักลอบใช้บัตรเครดิต ถ้าใช้บัตรนี้จะสามารถป้องกันปัญหานี้ได้โดย
เวลาซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ระบบจะตัดเงินจากบัตรเลย
แสดงว่าบัตรตัวนี้ เอามาแก้ปัญหากับคนที่เกิดปัญหา กับคนที่กลัวการใช้บัตรเครดิต
เมื่อซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตวิธีนี้จะนำมาช่วยได้
นอกจากแทนบัตรเครดิตแล้ว ยังเป็น application
ที่ใช้แทนบัตรโทรศัพท์ ในต่างประเทศสิงคโปร์เราสามารถนำบัตรไปใช้เป็นบัตร
ผ่านทางด่วน ห้องสมุด ใช้แทนเงินสด จ่ายค่าแท็กซี่ กำลังอยู่ในขั้นตอน
Business Plan 5-6 พันธมิตร เราคาดว่าจะเสร็จภายในเดือนนี้ให้บริการ
ได้ในกลางปีหน้า
สิ่งที่ผู้ประกอบการจะได้ ถ้ามองในแง่ความสะดวกของผู้ประกอบการ
การใช้เงินสดมีค่าใช้จ่ายในการจัดการเงินสด เช่นจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ
ที่เคยชำระผ่าน 7/11 ได้แน่นอนเงินสดต้องมีการจัดเก็บ ถ้าเก็บไว้ที่ร้านคงเป็นไปไม่ได้
กว่าจะเก็บทั้งหมดวันต่อวันแต่ละสาขา ก็ต้องเสียคนๆ หนึ่งวิ่งมาจัดเก็บ
และเอาไปเข้าธนาคาร โดยที่กว่าจะเก็บครบและนำส่งเข้าธนาคารอาจต้องเป็นวันรุ่งขึ้น
ซึ่งมีช่องว่างของความเสี่ยงตรงนี้อยู่
ในแง่ผู้ประกอบการเองก็จะไม่ต้องมานั่งเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการเงินสดตรงนี้
ในแง่ของผู้ใช้ ถ้าเราใช้บัตรเครดิตปกติ แบงค์ต้องคิดค่าใช้จ่าย
เป็นค่าธรรมเนียมแต่เงินสดแม้จะไม่ใช้เงินสดจริงๆ แต่มีผลทันที ค่าธรรมเนียมบัตรเงินสดคาดว่าจะถูกกว่าในการขอทำบัตร
จะได้เปรียบกว่าบัตรเครดิต
เนื่องจากการใช้บัตรเครดิต จะต้องเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือได้ว่าจะสามารถชำระค่าใช้จ่ายได้
โดยทั่วไปบัตรเงินสด จะมองว่าผุ้ใช้จะมีเงินพกติดตัว
ประมาณ 3000-5000 บาท โดยเฉลี่ย บัตรเครดิตจะมีวงเงินที่มากกว่า แต่ถ้าสินค้าแค่
200-300 บาทจะไม่นิยม
ใช้บัตรเครดิต บ้างร้านปฏิเสธที่จะรับถ้าค่าใช้จ่ายไม่ถึง 500 บาท
แต่ถ้าเป็นบัตรเงินสด ก็เหมือนมีเงินสด ถ้าพูดถึงในแง่วิธีการที่จะเข้าไปในตลาด
ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่วิธีการ 2 วิธีการจะไม่เหมือนกัน บัตรเครดิตคุณต้องมีหลักฐานทางการเงินที่ดี
จึงจะออกบัตรให้ แต่บัตรเงินสดไม่จำเป็น เพียงแค่คุณมีเงินในบัญชีเงินฝากคุณก็ใช้ได้เลย
และถ้าโครงการนี้ดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบตามที่คาดการณ์ว่าจะมีบัตรแทนเงินสดนี้มาใช้
นั่นอาจทำให้การทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต
มีทางเลือกอีกทางหนึ่ง
@@@@@
|