คิดแบบ MLM ช่องทางขายหนังสือออนไลน์แนวใหม่
amazon.com เวบไซต์ที่ชาวออนไลน์รู้จักชื่อกันมานาน
ใครๆ มักพูดถึงยกเป็นกรณีศึกษาในการทำอีคอมเมิร์ส ที่ขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องมีหน้าร้าน
แต่นั่นเป็นต่างชาติแล้วลองมาดูพ่อค้าหนังสือคนไทย ภักดี จิรัญดร เจ้าของร้าน
bosbooknet.com กับแนวคิดใหม่ในการขายหนังสือดูบ้างว่าเขาคิดอะไร และทำอย่างไร
Bosbooknet มีรูปแบบการดำเนินงานอย่างไร?
รูปแบบ ของ bosbooknet.com
เหมือนเวบไซต์ขายสินค้าทั่วไป เพราะเราเข้าใจและเห็นแล้วว่าเขาได้ทำการวิจัยมาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็น amazon.com หรือว่า บาร์นแอนด์โนเบิล อะไรต่างๆ ว่ารูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ใช้ง่าย
เราไม่ได้เลียนแบบเพียงแต่เรามาพัฒนาในรูปแบบของคนไทย สิ่งที่สำคัญที่เรากล้าการันตีนั่น
ก็คือ ว่าในอนาคตเราจะเป็นอีคอมเมิร์สที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย
แม้ว่า cubook, thaiamazon พวกนี้มาก่อน เพียงแต่ว่าที่เราวิเคราะห์แล้วและสามารถพูดได้ว่าเราจะก้าวไปมากกว่าเขาได้นั้น
อย่างแรกคือ โปรดักส์เราเยอะกว่า หมายถึงหนังสืออย่างเดียว ในตอนแรกเราจะโฟกัสเฉพาะหนังสือ
ในอนาคตไม่กี่เดือนข้างหน้าเราจะมี CD-Rom และ เทปคาสเซทเข้ามาเพิ่ม
ปัจจุบันแต่ละเดือน Cubook มีหนังสือที่เคลื่อนที่หรือยอดขายประมาณ
60,000 เล่มบางหนังสือมีรายชื่อแต่ขายไม่ได้ แต่ของเรา ณ วันนี้มียอดเคลื่อนที่ประมาณ
80,000 เล่ม ส่วนยอดบิลลิ่งตกต่อเดือนประมาณ 3-400,000 บาทในเบื้องต้น
เนื่องจากว่าเราเพิ่งเปิดเวบเมื่อเดือนพฤษภาที่ผ่านมาแต่เนื่องจากว่าคนทั่วไปที่มองภาพและคิดว่าจะเป็นร้านขายหนังสือทั่วไปธรรมดาซึ่งจริงแล้วไม่ใช่
แต่เราให้คนที่สนใจจะเปิดร้านหนังสือทั่วไปเข้ามาเปิดร้านเป็นเจ้าของร้านบนนี้ได้
เมื่อเขาเห็นสินค้าทั้งหมดอยู่แล้ว เขาสามารถจะมาเป็นเจ้าของร้านหรือเจ้าของเวบไซต์ได้เหมือนกันโดยที่เขามาสมัครกับเราเพื่อเปิดร้าน
จากนั้นเราจะจัดหาสินค้าไว้ให้ ฉะนั้นเขาก็จะได้สินค้าเป็นหมื่นๆ รายการเท่ากัน
คือเราใช้เรื่องของอินเทอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้งเข้ามาช่วย หรือ MLM
ซึ่ง MLM นั่นต้นกำเนิดคือการแนะนำ อย่างผมเองตอนกำลังทำเวบไซต์เราต้องไปวิเคราะห์
ว่า MLM คืออะไรทำกันอย่างไร ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ชอบเลย MLM เพราะมาจากสายเทคนิคตั้งแต่เริ่มแรก
แต่พอลองลำดับรายชื่อดูแล้วจากตัวเองคนเดียวซึ่งเป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แต่ห้องแล็ป
แล้วจะสามารถที่จะขายหนังสือให้กับใครได้บ้าง ก็ได้ประมาณ 200 คน แล้วคนที่พูดเก่งๆ
จะขายได้มากขนาดไหน
สั่งซื้อหนังสือผ่าน bosbooknet
ต้องทำอย่างไร ?
ถ้ามาซื้อหนังสือบนเวบไซต์นี้ เริ่มเข้ามาปั๊บจะเริ่มสั่งหนังสือได้เลย
หนังสือที่โชว์ไว้เป็นหนังสือที่เราแนะนำทั้งนั้น สามารถค้นหาหนังสือในแต่ละหมวดได้
เมื่อเลือกหนังสือที่ถูกใจได้ก็จะเข้าสู่การสั่งซื้อ เวลาเข้าสู่ขั้นตอนการสั่งซื้อ
จะมีวิซาร์ดดึงเข้าไปให้เลือกชื่อร้านที่ต้องการจะซื้อ ซึ่งทางเราจัดทำเนียบเจ้าของร้านทั้งหมดไว้ให้ตรงนี้
เท่ากับว่าเมื่อถึงขั้นตอนของการสั่งซื้อจะเข้าไปสู่ขั้นตอนเลือกเจ้าของร้านด้วยทันที
ซึ่งเจ้าของร้านจะต้องกำชับเลยว่าเวลาจะสั่งซื้อต้องจำชื่อร้านไว้ด้วย
เพราะขั้นตอนนี้ต้องเกิดจากการแนะนำจากเจ้าของร้านก่อนอยู่แล้ว
อยากจะมีร้านหนังสือบ้างจะทำอย่างไร ?
การสมัครเป็นเจ้าของร้านกับ bosbooknet
นั้น จะมีใบสมัครที่ดีมากเป็น วิซาร์ด แอพริเคชั่นฟอร์ม ผู้สมัครเลือกรูปแบบและสีสันของร้านได้
ในอนาคตเราจะให้เลือกมากกว่านั้นอย่างเช่นสามารถเลือกรูปแบบของเวบไซต์ได้เอง
หรือแม้กระทั่งเลือกโปรดักส์ เช่น ผมเองเป็นคนชอบคอมพิวเตอร์ สินค้าที่ผมจะแนะนำคนอื่นได้ก็คงจะเป็นคอมพิวเตอร์
ผมคงไม่เลือกหนังสือทางศาสนาเข้ามาในเวบไซต์ผม อะไรทำนองนี้ ซึ่งอีกไม่นานไม่กี่สัปดาห์คงทำอย่างนั้นได้
ซึ่งปัจจุบันเรามีวิซาร์ดประมาณ 4-5 แบบ ในเรื่องของสี ในเรื่องของโปรดักส์ให้เลือกได้
ตั้งแต่เริ่มสมัครเลย จะเป็นขั้นตอนว่าอยากได้รูปแบบร้านแบบนี้ สีแบบนี้
มีคำโปรยให้ด้วย
กลุ่มเป้าหมายคือใครกัน?
กลุ่มเป้าหมายที่เรามองไว้คือนักศึกษาเป็นหลัก ต่อไปคงจะเป็นนักธุรกิจ
พูดง่ายๆ ก็คือกลุ่มคนทุกคนที่ต้องใช้หนังสือ อย่างผมเป็นคนชอบเที่ยวเชียงใหม่
อนาคตในบันปลายชีวิตอาจจะมีโรงแรมเล็กๆ อยู่เชียงใหม่ ลองนึกภาพว่าถ้าผมอยากได้หนังสือสักเล่มหนึ่งคงลำบากหน้าดูถ้าผมจะต้องเข้ามาในเมือง
เวลาเข้ามาในเมืองเกิน 3 ทุ่มหนังสือปิดหมดแล้ว และผมไม่แน่ใจว่าร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่จะมีหนังสือเล่มนั้นไหม
แต่ถ้าเข้ามาในเวบไซต์นี้มีหมด
ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อสัมผัสโลกออนไลน์?
ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ จริงๆ แล้วเล่นมานาน 7 ปี เคยสอบวิทยาศาสตร์โอลิมปิกของจุฬาฯ
และอาจารย์เชิญไปสอนคอมพิวเตอร์ที่จุฬาฯ เลยได้ศึกษาตรงนี้มา สมัยก่อน
Explorer และ Netscape
ยังไม่มียังเป็น Text Mode อยู่เลย แต่การเปลี่ยนแปลงมันเร็วมากเลย
เมื่อก่อนทำเวบไซต์อยู่ชื่อเวบไซต์หนึ่งชื่อว่า I study เป็นเวบไซต์
เอนทรานซ์ออนไลน์ เวบไซต์แรกของเมืองไทยเลย เพราะตอนนั้นทางออสเตรเลียมีโครงการที่จะเอนทรานซ์ออนไลน์ของเขาเหมือนกัน
ก็เลยทำเป็นเวบไซต์แรกเลย
โปรแกรมพัฒนาเองทั้งหมดทั้ง ASP และ PHP บางอย่างเราต้องมีฝัง
cookie ดาต้าเบสที่ใช้ NSL Sever7 เป็นเซิร์ฟเวอร์ใหญ่ เพราะเราวางแผนไว้ว่าเจ้าของร้านทุกคนจะต้องมีเมนเซิร์ฟเวอร์ในการติดต่อลูกค้าเขาเอง
สมัยก่อนการทำ ASP เป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก แต่ผ่านไป 2 ปี เด็กม.6
ใช้ ASP กันเป็นหมด
มองเมืองไทยอย่างไร ?
อีคอมเมริ์สเมืองไทยมันเหมือนกับอินเทอร์เน็ตในยุคแรกๆ มันเลี่ยงไม่ได้
มันเป็นเหมือนกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งถ้าเราจะบอกว่าเราไม่ใช้อินเทอร์เน็ตได้ไหม
มันก็ได้นะ แต่พอเรานึกภาพจริงๆ แล้วมันเลี่ยงไม่ได้ ข้อมูลบางอย่างเขาตระเตรียมไว้เฉพาะในอินเทอร์เน็ต
อย่างจะส่งเพจถ้าไม่สะดวกก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ต
อีคอมเมริ์สไม่ใช่เรื่องยากต้องพยายามเข้าใจและเข้าใจจุดในการทำอีคอมเมิร์สให้ได้ก่อน
จริงๆ แล้วต้องบอกว่าอีคอมเมิร์สในเมืองไทยที่ประสบความสำเร็จมีไม่กี่เจ้า
ที่เกิดขึ้นมาแล้วล้มไปนี่ก็เยอะ เพราะไม่เข้าใจในตัวโปรดักส์และตัวลูกค้าอย่างแท้จริง
คือพยายามจะเป็นผู้เสนอสินค้าแต่ไม่เคยทำตัวเองเป็นคอนซูเมอร์อย่างแท้จริง
|